โภชนาการพิเศษ - Royal Canin Thailand
Home แมว แมวโต โภชนาการพิเศษ

แมวโต

Print
โภชนาการพิเศษ

โภชนาการพิเศษ

 การให้อาหารแมวให้เหมาะสมกับอายุ, ขนาด, รูปแบบการใช้ชีวิต, ความต้องการพิเศษและสายพันธุ์ จะช่วยให้แมวมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพียงให้อาหารที่มีโภชนาการสมดุลพิเศษ ซึ่งมีสารอาหารจำเป็นครบถ้วนสำหรับแมวสุขภาพดี

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเจ้าเหมียว

2importantcatfacts

 บางครั้งความรักของเจ้าของแมวอาจทำให้แมวมีพฤติกรรมการเลือกกินอาหารที่มีโภชนาการต่ำ ซึ่งอาหารในที่นี้รวมถึงขนมด้วย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับเจ้าเหมียวเพื่อพัฒนาการที่ดีและการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ของแมวคือ

  • แมวมีประสาทรับรสที่ต่ำและไม่มีความต้องการอาหารที่หลากหลายมากนัก
  • ฟันของแมวใช้สำหรับในการตัดอาหาร ไม่ใช่เคี้ยวอาหาร
  • แมวมักจะย่อยแลคโตสซึ่งเป็นน้ำตาลในนมได้ไม่ดี ดังนั้นนมจึงไม่ใช่สิ่งควรให้แมวทาน
  • แมวใช้พลังงานจากไขมัน อย่างไรก็ตามแมวมีโอกาสเป็นโรคอ้วนได้เช่นกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น รูปแบบการใช้ชีวิต และอายุ  จากผลการสำรวจพบว่า โรคอ้วนในแมวนั้นเพิ่มขึ้นถึง 90% ตั้งแต่ปี 2007 (แหล่งที่มา : Banfield State of Pet Health, 2012)
  • แมวที่เลี้ยงในบ้านต้องการพลังงานและโปรตีนที่น้อยกว่าแมวที่อาศัยนอกบ้าน
  • ประมาณ 80% ของแมวมีปัญหาช่องปาก (แหล่งที่มา: Royal Canin Research Center, 2006)

 

Mixed Feeding

3outdoorindoor

 การผสมอาหารเพื่อเพิ่มความน่ากินเพื่อให้น้องแมวได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลสำหรับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ป้องกันภาวะอ้วนและผอมเกินไปสำหรับน้องแมวจึงต้องผสมในอัตราส่วนที่เหมาะสม

 

โภชนาการตามช่วงอายุ

 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แมวที่มีอายุมากกว่า 6 ปีมีสัดส่วนที่สูงขึ้นถึง 2 เท่า ทั้งนี้เป็นผลมาจากความเจริญก้าวหน้าของความรู้ด้านโภชนาการและการแพทย์
แมวส่วนใหญ่มักจะแสดงสัญญาณความสูงวัยเมื่ออายุประมาณ 7 ถึง 10 ปี หรือมากกว่า 12 ปี ความสูงวัย มักหมายถึง ความร่าเริงลดลง เดินลำบากขึ้น และมีความอยากอาหารลดลง นอกจากนี้แมวสูงวัย มักมีโอกาสป่วยด้วยโรคที่หลากหลาย เช่น โรคหัวใจ, หายใจลำบาก, ติดเชื้อได้ง่ายเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง, โรคไต, เนื้องอก, โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ เช่น ต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ และโรคเบาหวาน นอกจากนี้โรคอ้วนยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอื่นๆตามมาด้วย เช่น โรคเบาหวาน และโรคผิวหนัง อย่างไรก็ตามแมวสูงวัย มักมีน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้
ดังนั้นการปรับอาหารเป็นอาหารสำหรับแมวสูงวัยตั้งแต่น้องเหมียวอายุ 10 ปีจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าสัญญาณความความสูงวัยจากภายนอกยังไม่สามารถสังเกตได้ แต่การเปลี่ยนแปลงของระบบเผาผลาญในร่างกายต้องการอาหารที่มีโภชนาการเหมาะกับช่วงสูงวัย นอกจากนี้แมวสูงวัยควรได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์ เพื่ออาการเจ็บป่วยจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยแนะนำว่าแมวสูงวัยควรตรวจสุขภาพประจำปี และเมื่อแมวอายุมากกว่า 12 ปีควรมีการตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน

  • facebook
  • twitter
  • youtube